ค้นหาข้อมูลในเว็บ  



สันห์  วสุธาร    กับการกำกับการแสดง



                ในกรณีของหนังสือหรือวรรณกรรม  ผู้ประพันธ์คือ  เจ้าของงานเสมอ ไม่ว่าวรรณกรรมนั้นจะกลายอยู่ในลักษณะใด  เช่น  บทลคร  ผู้แต่งบทลครก็คือเจ้าของงาน  แม้เมื่อนำไปเล่นหรือแสดงบนเวที  ผู้กำกับการแสดง  คงเป็นเพียงผู้ตีความหรือผู้นำเสนอ  เพราะเนื้อหาสำคัญของลครยังอยู่ที่บทเจรจา  ซึ่งเป็นภาษาของการพูดหรือเขียน  ผู้รับยังคงต้องใช้การฟังเป็นใหญ่หรืออีกกรณีของงานคีตกรรม  ผู้ประพันธ์เพลง  คือ  เจ้าของงานเสมอ  หากมีการนำไปเล่นหรือแสดง  นักดนตรีคือผู้ตีความ  ผู้ควบคุมวงหรือวาทยากรก็คล้ายกับผู้กำกับการแสดง  คือทำหน้าที่ตีความและนำเสนอแต่ในกรณีของภาพยนตร์  แม้ภาพยนตร์นั้นทำขึ้นมาจากบทภาพยนตร์หรือจากวรรณกรรม  ผู้กำกับภาพยนตร์  ซึ่งเป็นผู้ตีความหรือนำเสนอวรรณกรรมมาเป็นภาพยนตร์  มักได้รับการนับถือให้เป็นเจ้าของงานภาพยนตร์ทีเดียว  นี้อาจเป็นเพราะว่า  การนำเสนอเป็นภาพยนตร์นั้น  มีการเปลี่ยนแปลงจากภาษาวรรณกรรมไปเป็นภาษาของภาพยนตร์โดยเฉพาะ  คือผู้รับมิได้อาศัยการฟังบทเจรจาเป็นใหญ่  แต่ต้องดูภาพ  ฟังเสียง  และติดตามการตัดต่อซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการเล่าเรื่อง  สรุปว่าเป็นภาษาของภาพยนตร์เอง  และโดยปกติ  ผู้กำกับการแสดภาพยนตร์  จะเป็นผู้ที่มีอำนาจในการกำหนดควบคุมภาษาของภาพยนตร์ที่ว่านี้  จึงได้รับการนับถือเป็นเจ้าของงาน

 แต่บทบาทของผู้กำกับภาพยนตร์นี้ ในความเป็นจริงเราย่อมอาจพิจารณาได้เป็นกรณีไป  เช่น กรณีของภาพยนตร์  พระเจ้าช้างเผือก  ผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์คือ  สัณห์  วสุธาร  ผู้ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักกันเลยในวงการภาพยนตร์  เพราะท่านมิได้เป็นผู้กำกับภาพยนตร์อาชีพ  และตลอดชีวิต  ท่านได้ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ไว้เพียงเรื่องเดียว  คือ พระเจ้าช้างเผือกจึงน่าสนใจใคร่รู้ว่า  เหตุใด  นายปรีดี พนมยงค์  ผู้อำนวยการสร้างจึงเลือก  สัณห์  วสุธาร  มาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์  ในขณะที่ตำแหน่งอื่นที่สำคัญ  เช่น  ผู้กำกับการถ่ายภาพ  ผู้ตัดต่อ  ผู้บันทึกเสียง  ผู้กำกับดนตรี  ล้วนเป็นมืออาชีพทั้งนั้น
 เหตุใด  ผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์  ซึ่งปกติถือว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญสูงสุดในการสื่อภาษาของภาพยนตร์  จึงเป็นมือสมัครเล่น
 ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์  เคยเล่าให้ข้าพเจ้าว่า  เหตุที่  สัณห์  วสุธาร  เข้ามาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์นี้  เพราะประสาท  สุขุม  ผู้กำกับการถ่ายภาพ  เป็นผู้แนะนำมา  ทั้งสองเป็นเพื่อนเกลอกันมาแต่ครั้งไปร่ำเรียนวิชาที่สหรัฐอเมริกา

 ต่อมาข้าพเจ้าได้พบคุณลำยอง  วสุธาร  บุตรชายคนเดียวของสัณห์  วสุธาร  ได้เล่าว่าบิดาไปเรียนวิชาแพทย์ที่อเมริกาและอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ของเจ้าฟ้ามหิดล  แต่สุขภาพไม่ดี  จึงเรียนไม่จบ  และไม่ทราบว่าบิดาเรียนวิชาอื่นใดอีก  แต่เมื่อกลับมาแล้ว  ได้เข้าทำงานกรมสาธารณสุขแล้วทำโรงไฟฟ้าหลวงก่อนจะไปเป็นหัวหน้ากองคลัง  กรมโยธาธิการ  คุณลำยองเล่าว่า  บิดาชอบเล่นเครื่องไฟฟ้า  เครื่องเสียง และเล่าว่ามีอุปนิสัยเป็นคนคุยสนุก  ชอบเล่าเรื่องสนุกขบขัน  ชอบงานสังคม  มีเพื่อนฝูงเป็นอันมากและชอบการแสดง   มักเล่นลครการกุศลของสมาคมนักเรียนเก่าอเมริกา  โด่งดังในบทตลกเจ๊ก  คู่กับ ประสาท  สุขุม  ซึ่งเล่นบทคนบ้านนอกข้าพเจ้าเดาว่า  สมัยที่  สัณห์ วสุธาร  ร่ำเรียนอยู่ที่อเมริกา  เป็นเกลอกับประสาท  สุขุม  ทั้งยังอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ของเจ้าฟ้ามหิดลด้วยกัน  เมื่อประสาท  สุขุม  ไปเข้าเรียนและฝึกงานการถ่ายภาพยนตร์อยู่ในโรงถ่ายพาราเมาท์  ที่ฮอลลีวู้ด  ประสาทคงจะชวนสัณห์เข้าไปคลุกคลีอยู่ในวงการภาพยนตร์บ้างเป็นแน่  และเมื่อได้เห็นรูปถ่ายของสัณห์  วสุธาร  ในวัยรุ่นหนุ่มอันหล่อเหลา  อยากจะคิดว่า  บางทีสัณห์  วสุธาร  อาจได้เคยเป็นตัวแสดงในหนังฮอลลีวู้ดมาบ้างก็เป็นได้  คุณลำยองยังเล่าว่า  บิดาคุยเสมอว่า  เป็นเพื่อนกับ  ยอห์นนี่  ไวส์มุนเลอร์  ดาราทาร์ซาน  เป็นต้น

 ดังนั้น  นอกจากความเป็นเกลอแล้ว  คงจะเป็นด้วยมีน้ำใจรักการแสดงและนิยมการแสดง  ประสาท  สุขุม  จึงแนะนำ  สัณห์  วสุธาร  มาเป็นผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์  พระเจ้าช้างเผือก  ทั้งนี้นอกเหนือไปจากความสามารถใช้ภาษาอังกฤษ  อันจำเป็นสำหรับหนังที่พูดภาษาอังกฤษทั้งเรื่องนี้ และที่สำคัญ  นายปรีดี พนมยงค์  ผู้สร้างภาพยนตร์ตกลงรับแต่น่าสังเกตว่า  ยังมีผู้ช่วยผู้กำกับการแสดงอีกสองท่าน  คือ  หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์  และ ใจ  สุวรรณทัต  โดยเฉพาะหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์  หรือ ประดิษฐ์ สุขุม  น้องชายของประสาท สุขุม  ซึ่งเคยไปร่ำเรียนในอเมริกา  และมีความสามารถโดดเด่นรอบตัว  ทั้งด้านสังคม  กีฬา  และดนตรี  นับเป็นดาราของมหาวิทยาลัย
 ข้าพเจ้าเข้าใจว่า  ประสาท  สุขุม  กับ  สัณห์  วสุธาร  คงมีรสนิยมหรือทัศนะทางด้านภาพยนตร์เข้ากันได้หรือไปด้วยกันได้  และน่าจะเป็นรสนิยมไปในทางฮอลลีวู้ด

 แต่เฉพาะกรณีของภาพยนตร์  พระเจ้าช้างเผือก  ซึ่งมีนายปรีดี พนมยงค์  เป็นผู้ประพันธ์เรื่อง เป็นผู้อำนวยการสร้าง และเป็นผู้ควบคุมการผลิต  และเหนืออื่นใด  เพราะท่านเป็นนายปรีดี พนมยงค์  จึงไม่น่าสงสัยว่าบทบาทของท่านก็คือเจ้าของงานของภาพยนตร์นี้โดยดุษฎี
 การที่ข้าพเจ้าเห็นว่า ภาพยนตร์ พระเจ้าช้างเผือก  เป็นการผสานระหว่างสองทฤษฎี  คือสมจริงแบบฮอลลีวู้ดและสมมติแบบไทย  ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะอยู่ภายใต้การควบคุมเช่นนี้  ก็น่าจะเป็นเพราะการไปเรียนนอกส่วนหนึ่ง  และสายเลือดข้างในส่วนหนึ่งแต่หากกรองหยาบ ๆ  เพื่อตรวจดูการกำกับการแสดงของสัณห์  วสุธาร  ที่ตกอยู่ในภาพยนตร์นี้อาจเป็นได้ว่า  มุขตลกและอารมณ์ขันในหนังคือส่วนที่เป็นตัวตนของสัณห์  วสุธาร  ไม่มากก็น้อย

              (ตัดตอนจากบทความ  พระเจ้าช้างเผือก  :  สามัญภาพยนตร์เพื่อชาติไทยและมนุษยชาติ  โดย  “ข้าพเจ้าเอง”  ในนิตยสาร  หนังไทย  ฉบับที่  10)

จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้ 003464 คน

สถาบันปรีดี พนมยงค์
เลขที่ ๖๕/๑ ซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท ๕๕ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐

โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑ โทรสาร ๐-๒๓๘๑-๓๘๕๙ อีเมล banomyong_inst@yahoo.com

เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ ๙.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.
(เสาร์-อาทิตย์ เปิดทำการเมื่อมีกิจกรรม)

ออกแบบและพัฒนาโปรแกรม โดย ฅนบ้านนอก