ค้นหาข้อมูลในเว็บ  


การถ่ายภาพของ  ประสาท  สุขุม

 ประสาท สุขุม  ตากล้องผู้อำนวยการถ่ายทำหรือกำกับภาพเรื่องนี้  คือตากล้องถ่ายภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ และระดับสมาชิกสมาคมช่างถ่ายภาพยนตร์อเมริกัน  (American  Society  of  Cinematographer :  A.S.C.)  ซึ่งเป็นคนแรกและคนเดียวในประเทศไทย  ท่านผู้นี้ได้ไปเรียนและฝึกงานการถ่ายทำภาพยนตร์ในโรงถ่ายภาพยนตร์ที่ฮอลลีวู้ด  ตั้งแต่ปี พ.ศ.  ๒๔๖๖  รุ่นเดียวกับ  เจมส์ หว่อง  โห  ตากล้องชาวจีนที่ไปโด่งดังอยู่ในฮอลลีวู้ด  และไปดูงานเพิ่มเติมอีกครั้งในปี พ.ศ.  ๒๔๘๐  เพื่อติดตามให้ทันความก้าวหน้าของวงการ  ก่อนจะกลับมาทำหน้าที่เป็นตากล้องของโรงถ่ายไทยฟิล์ม  ทุ่งมหาเมฆ  ตั้งแต่เริ่มเปิดโรงถ่ายปี  ๒๔๘๑  จนปิดกิจการเมื่อ  ๒๔๘๓  และในช่วงเวลาที่โรงถ่ายไทยฟิล์มว่างงานนี้เอง  นายปรีดี พนมยงค์  ได้สร้าง  “พระเจ้าช้างเผือก”  ขึ้นโดยอาศัยโรงถ่าย  อุปกรณ์และบุคลากรของไทยฟิล์มเป็นฐานสำคัญ  นั่นคือได้  ประสาท  สุขุม  เป็นผู้อำนวยการถ่ายภาพ  ชาญ  บุนนาค  เป็นผู้บันทึกเสียง  ซึ่งท่านผู้นี้เป็นช่างบันทึกเสียงของไทยฟิล์ม  และเคยไปดูงานการบันทึกเสียงที่ฮอลลีวู้ดพร้อมกับประสาท  สุขุม เมื่อปี พ.ศ.  ๒๔๘๐  ได้บำรุง แนวพานิช  เป็นผู้ตัดต่อ  ท่านผู้นี้เป็นช่างตัดต่อผู้มีความชำนาญสูงของวงการภาพยนตร์ไทย  เป็นผู้ก่อตั้งโรงถ่าย  น.น.  ภาพยนตร์  มาก่อนหน้านี้หลายปี  ได้  สัณห์  วสุธาร  นักเรียนเก่าอเมริกาผู้เป็นสหายของประสาท  สุขุม  มาเป็นผู้กำกับการแสดง  มีหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์  หนึ่งในคณะผู้ก่อตั้งโรงถ่ายไทยฟิล์ม  นักเรียนเก่าอเมริกา  ผู้สามารถในทางกีฬา  การแสดงและดนตรี  กับ  ใจ  สุวรรณทัต  มาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ  และสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดท่านหนึ่งคือ  พระเจนดุริยางค์  ครูใหญ่ทางดนตรีสากลของสยาม แห่งกรมศิลปากร  มาเป็นผู้กำกับดนตรีสรุปความว่า พระเจ้าช้างเผือก  ได้รวมเอาบุคลากรชั้นเอกในด้านต่าง ๆ ของชาติมาร่วมทำงานครั้งนั้นได้ชัด  อย่างหนึ่งคือการถ่ายใกล้ผู้แสดงที่เรียกว่าถ่ายโคลสอัพ  ซึ่งต้องจัดแสงหรือเลือกมุมของแสงเงาให้เหมาะ  โดยเฉพาะสำหรับการถ่ายภาพขาว-ดำ เราจะเห็นว่าโคลสอัพของประสาท  สุขุม  ให้ภาพผู้แสดงที่เด่นและดึงดูดใจอย่างยิ่ง  เช่น  เราจะเห็นโคลสอัพพระเจ้าจักรา  ผู้งามสง่าน่าขามเกรงจากมุมต่ำหรือกล้องเงยเสมอ ในขณะเห็นเรณูผู้สวยผ่องไร้เดียงสาจากมุมต่ำหรือกล้องก้มอีกตัวอย่างหนึ่งคือการถ่ายฉากภายนอก  โดยเฉพาะว่าถึงการถ่ายช้าง  เป็นการถ่ายช้างที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์  ในภาพยนตร์นี้  ครั้งแรกที่เราเห็นช้าง เป็นฉากการจับช้างป่า เราจะเห็นช้างบ้านกำลังทำงานในป่า จากมุมมองไกล ๆ และดูธรรมดา  แล้วใกล้เข้าไปเห็นอริยาบถของช้าง  ขณะทำงานชักลากซุงไปในลำน้ำ  เพื่อนำไปสร้างเพนียด  จากนั้นเราเห็นการจับโขลงช้างป่า  จากมุมมองห่าง ๆ  เห็นการไล่ต้อนช้างป่า  ช้างป่าเข้าเพนียด  เป็นภาพธรรมดาเหมือนการบันทึกเหตุการณ์อย่างข่าวสารคดี  ตามด้วยการเสนอภาพของช้างเผือกซึ่งถูกจับได้ในครั้งนั้น  เมื่อช้างเผือกได้ขึ้นระวางหรือสถาปนาเป็นช้างสำคัญ  เป็นภาพขบวนแห่ชักแถวนำช้างเข้ากรุง

 จนกระทั่งมาถึงฉากที่พระเจ้าจักราทรงยกกองทัพ  ยาตราไปรับมือกองทัพพระเจ้าหงสาผู้รุกราน  ทั้งสองกองทัพต่างมีช้างศึกเป็นหลักชัย  เมื่อทัพพระเจ้าช้างเผือกเคลื่อนมาใกล้ถึงที่ตั้งทัพพระเจ้าหงสา  ทัพหงสาซึ่งบัญชาการโดยเจ้าบุเรงจึงยกกองออกมาปะทะด้วย  เราจะเห็นการตัดภาพสองฉากสองทัพเข้าชนกันบนจอ   ทัพหงสาเคลื่อนจากซ้ายไปขวาซึ่งดูไหลลื่น    ในขณะที่ทัพอโยธยาเคลื่อนจากขวาไปซ้ายซึ่งดูขัดต้าน  ระหว่างนี้เอง  เราได้เห็นมุมกล้องที่พิสดารและพลิกโผนอย่างยิ่ง  เมื่อประสาท  สุขุม  ปล่อยให้ขบวนช้างศึกเดินหน้าถั่งโถมเข้าใส่กล้องซึ่งแอบซ่อนอยู่ในหลุมใต้พื้นดิน  ด้วยอานุภาพของเลนส์มุมกว้างที่ให้ระยะชัดลึกมาก  เมื่อเริ่มเปิดภาพเราจะเห็นกองทัพช้างศึกนับสิบเชือกโผล่ขึ้นมาจากระดับพื้นดินระยะไกลมาก  แล้วเคลื่อนตรงเข้ามาหากล้อง  ในระยะชัดตลอด  แล้วเท้าอันมหึมาของช้างก็ย่างเหยียบผ่านหัวเราไปอย่างน่าอัศจรรย์  เป็นการแสดงให้เห็นอำนาจข่มขวัญอันน่าเกรงขามของมัน  สำทับด้วยเสียงร้องก้องกัมปนาทของช้างแต่ละตัวกลบทั่วบรรยากาศ  ภาพตัดชนกับเหล่าไพล่พลทั้งสองฝ่ายถืออาวุธโถมเข้าใส่กล้องและกระโดดข้ามหัวเราไปอีก
 แล้วทั้งสองกองทัพก็เข้าตะลุมบอนหรือประจัญบานกัน  ด้วยอาวุธประจำกาย  ถ่ายให้เห็นทั้งในระยะไกลและระยะปานกลาง  ทั้งสองฝ่ายต่างล้มตายกันเป็นเบือ  น่าสังเกตว่าในการถ่ายฉากการรบซึ่งมีการเคลื่อนไหวสับสนวุ่นวายมาก และรวมทั้งการเคลื่อนไหวของช้างในบางฉาก ประสาท สุขุม  ใช้วิธีถ่ายด้วยสปีดกล้องต่ำกว่าปกติ  เพื่อผลในการเร่งความเร็ว  ซึ่งทำให้เราเห็นการเคลื่อนไหวที่เหมือนกลไกไร้ชีวิตและดูประหลาด  ข้าพเจ้าเห็นภาพไพร่พลเข้าห้ำหั่นกันล้มตายดูคล้ายมดปลวก

 ยังมีฉากที่น่ากล่าวถึง  คือฉากการรบที่ทัพหงสาเข้าตีกานบุรี  ซึ่งมีกำแพงเมืองเป็นที่มั่นตั้งรับ ประสาท  สุขุม  ตั้งกล้องถ่ายแบบภาพกว้างหรือไกลสุด เปิดให้เห็นฉากภูมิประเทศเป็นทุ่งนาร้างข้าวและภูเขาทึมเป็นฉากหลัง  เห็นไพร่พลยุบยับอยู่ลิบ ๆ  คล้ายมดปลวก  กำลังคืบคลานไปสู่กำแพงเมือง  เห็นควันปืนที่ยิงมาจากกำแพงเมืองลอยขึ้นในอากาศเป็นจุด ๆ  ซ้อนอยู่กับเสียงโห่ร้องอึงมี่ของไพร่พลและเสียงระเบิดของดินกระสุนประปราย  ทั้ง ๆ ที่เป็นภาพไกลสุด และเคลื่อนไหวช้า ๆ เงียบ ๆ  แต่ข้าพเจ้ารู้สึกว่าสามารถสร้างความน่าสพรึงกลัวและน่าสยดสยองได้ยิ่งกว่าภาพการฆ่าฟันกันเลือดกระฉูดด้วยโคลสอัพและด้วยเสียงที่บรรจงประโคมเกินเลยในภาพยนตร์สมัยใหม่บางเรื่องเสียอีก  ข้าพเจ้าเห็นว่านี้เป็นฉากสงครามที่ดีที่สุดฉากหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย
 มาถึงฉากที่เป็นไคลแม็กซ์หรือจุดสุดยอดองเรื่อง คือการกระทำยุทธหัตถีบนคอช้างระหว่างพระเจ้าจักรากับพระเจ้าหงสา  เป็นฉากที่ผู้ชมรอคอยและคาดหวัง  ถ้าเป็นหนังกำลังภายในประเภทจอมยุทธ์  ซึ่งใช้ทฤษฎีสมจริงหรือทฤษฎีโกหก  ก็คงจะฟาดฟันกันเป็นสิบเป็นร้อยท่ากระบวนยุทธ์  แต่ผู้สร้าง  “พระเจ้าช้างเผือก”  ยอมให้เราเห็นเพียงหนึ่งหรือสองกระบวนท่า    พระเจ้าหงสาก็เสียทีถูกพระแสงของ้าวของพระเจ้าจักราฟันเข้าพระศอตกจากคอช้างสวรรคตทันที ภาพดูคล้ายบันทึกข่าว  ปุบปับไม่ทันตั้งตัว  หรือว่า  ณ  บัดนั้นทฤษฎีติ๊งต่างไม่ทำงาน เพราะข้าพเจ้าดูเห็นว่าแกนี้ช่างสมจริง ไม่มีลีลาขยายการตายอย่างนาฏกรรม  และตกใจกับขณะที่ร่างของพระเจ้าหงสาตกจากคอช้างลงกระแทกดิน  ท่านอัครมหาเสนาบดีและเจ้าบุเรงวิ่งเข้าไปดูพระองค์ซึ่งกำลังเสด็จสู่สวรรคต  เป็นฉากการตายที่น่าตกใจ  น่าสมเพช  เป็นธรรมดาและเป็นธรรมชาติที่สุดฉากหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย
 หลังจากนั้นเราจึงเห็นว่า สาระสำคัญของหนังมิได้อยู่ที่ความเก่งกล้าสามารถในการยุทธของพระเจ้าช้างเผือก  แต่อยู่ที่การประกาศสันติภาพของพระองค์ต่อโลกซึ่งทรงตั้งพระทัยอย่างจริงจังและกระทำทันทีที่ทรงเผด็จทรราช

(ตัดตอนจากบทความ พระเจ้าช้างเผือก  :  สามัญภาพยนตร์เพื่อชาติไทยและมนุษยชาติ  โดย  “ข้าพเจ้าเอง”  ในนิตยสาร  หนังไทย  ฉบับที่  ๑๐)

จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้ 000082 คน

สถาบันปรีดี พนมยงค์
เลขที่ ๖๕/๑ ซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท ๕๕ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐

โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑ โทรสาร ๐-๒๓๘๑-๓๘๕๙ อีเมล banomyong_inst@yahoo.com

เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ ๙.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.
(เสาร์-อาทิตย์ เปิดทำการเมื่อมีกิจกรรม)

ออกแบบและพัฒนาโปรแกรม โดย ฅนบ้านนอก