ค้นหาข้อมูลในเว็บ  

เพลงประกอบภาพยนตร์โดย พระเจนดุริยางค์
สุกรี  เจริญสุข  วิทยาลัยดุริยางคศิลป์  มหาวิทยาลัยมหิดล

 การทำดนตรีในภาพยนตร์  “พระเจ้าช้างเผือก”  นับเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญของวงการศึกษาเรื่องดนตรีในภาพยนตร์ทีเดียว  เพลงที่ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง “พระเจ้าช้างเผือก”  มีการเขียนเพลงขึ้นมาใหม่  และใช้เพลงที่มีอยู่แล้ว  บรรเลงเพื่อประกอบให้แก่ภาพยนตร์นี้โดยตรง  ซึ่งควบคุมวงดนตรีและประพันธ์เพลงโดยพระเจนดุริยางค์  นอกจากจะเป็นเพลงที่ใช้ประกอบฉาก  ดำเนินเรื่องราวของภาพยนตร์แล้ว  ยังเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของการดนตรีชาวสยามอีกด้วย  วงดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบ  ไม่ว่าจะเป็นวงมโหรี  ปี่พาทย์ไทย-มอญ  และวงออร์เคสตร้า  เป็นวงดนตรีที่มีฝีมือยิ่ง  หากว่าความสามารถของครูดนตรี  นักดนตรีในสมัยนั้นต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน  คนไทยก็คงเล่นดนตรีเก่งไม่เบาทีเดียว
 พระเจนดุริยางค์เป็นนักดนตรี  ดุริยกวี  เป็นครูดนตรีคนสำคัญ  ซึ่งได้สร้างผลงานไว้กับประเทศไทยมากมาย  แต่ผลงานของท่านก็สูญหายและกระจัดกระจายไปจำนวนมาก  ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่จะอวดฝีมือวงดนตรีสมัยพระเจนดุริยางค์ได้  นอกจากแผ่นเสียงเพลงชาติ  แผ่นเสียงเพลงแขกเชิญเจ้า และภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก เพราะว่าในภาพยนตร์นั้นได้ยินเสียงดนตรีที่เป็นเสียงในฟิล์มได้ชัดเจน
 วงดุริยางค์กรมศิลปากรในสมัยพระเจนดุริยางค์เป็นวงดนตรีที่มีความสามารถสูง  สามารถบรรเลงเพลงคลาสสิกได้ยอดเยี่ยม  นักดนตรีสีเครื่องสายเล่นได้ตรงเสียง  สามารถเล่นเพลงคลาสสิกได้หลายเพลง  ที่สำคัญก็คือพระเจนดุริยางค์สามารถเรียบเรียงเสียงประสานเพลงใหม่  ให้กับวงดนตรีได้ด้วย  ทำให้วงดนตรีและเพลงประกอบภาพยนตร์มีเสน่ห์
 ดนตรีที่ใช้ประกอบในภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก  ซึ่งประพันธ์บทเพลงและควบคุมการผลิตโดย ดร.ปรีดี พนมยงค์ เมื่อ ๖๐ ปีมาแล้ว  (พ.ศ. ๒๔๘๔)  มีเพลงอยู่  ๓ ส่วนด้วยกันคือ
 ๑.เพลงเอกประจำเรื่อง  มีอยู่  ๕ เพลง
 ๒.เพลงที่ใช้บรรเลงระหว่างฉากใช้เพลงคลาสสิกเป็นท่อน ๆ หลายบทเพลงด้วยกัน
 ๓.เพลงประกอบเสียง  ใช้เครื่องดนตรีบางชิ้น เช่น  เปิงมางคอก  มโหรทึก  ปี่กลอง 
 วิธีดำเนินเพลง  ใช้อารมณ์ของภาพยนตร์เป็นสำคัญ  ภาพบู๊เพลงเร้าใจ  ภาพสนุกเพลงก็จะสนุก ภาพเศร้าเพลงก็เศร้าด้วย ดังนั้นการใช้เพลงประกอบภาพ พระเจนดุริยางค์พยายามใช้ทำนองที่เหมาะสม  เพลงที่ใช้เป็นเพลงเพื่อการฟัง  มีทำนอง ไม่ใช่เพลงประกอบภาพเสียทีเดียว  แต่เป็นภาพประกอบเพลง

 เพลงเอกประจำเรื่อง 
 ๑.เพลงประจำพระเจ้าจักรา  ซึ่งเป็นเพลงเอกของเรื่อง  ใช้เพลงศรีอโยธยา  (Air : King of the White  Elephant)  


เมื่อสมเด็จพระเจ้าจักราเสด็จออก  วงดนตรีก็จะบรรเลงเพงบทนี้เสมอถือว่าเป็นเพลงหลักของเรื่อง  (Theme  Song) 
 เพลงหลักเพลงนี้ พระเจนดุริยางค์ใช้วงออร์เคสตร้าของกรมศิลปากรบรรเลง  ซึ่งถือว่าเป็นวงดนตรีที่บรรเลงได้ยอดเยี่ยมมาก
 เพลงศรีอโยธยาหรือศรีอยุธยา  พระเจนดุริยางค์  ได้นำทำนองมาจากเพลงเก่าซึ่งมีโน้ตเพลงปรากฏในหนังสือ  จดหมายเหตุลาลูแบร์  สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เรียกชื่อกันว่า  เพลงสายสมร  (Siamese  Song)  เป็นเพลงสยาม  บันทึกโดยเอกอัครราชทูตลาลูแบร์ชาวฝรั่งเศส  ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานเอกสารเพลงเดียวที่มีมาแต่สมัยอยุธยาและเป็นเพลงสยามเพลงเดียวที่เหลืออยู่  ส่วนเพลงอื่น ๆ  สืบทอดกันโดยการต่อเพลง  จากคนหนึ่งไปอีกช่วงคนหนึ่ง  ไม่มีเอกสารใด ๆ
 แม้ว่าเสียงเพลงจะแตกต่างกัน  เมื่อบันทึกไว้ด้วยโน้ตสากล  คนส่วนใหญ่จะอ่านเป็นทำนองสากล  เล่นด้วยเครื่องดนตรีสากล  ถ้าหากว่าอ่านด้วยบันไดเสียงไทย  เล่นด้วยเครื่องดนตรีไทย  ก็จะได้สำเนียงที่แตกต่างไปจากเสียงสากล  ซึ่งเชื่อว่าเป็นทำนองเพลงเหย่ย  ซึ่งเป็นเพลงโต้ตอบระหว่างชายหญิง  ปัจจุบันนิยมเล่นแถบกาญจนบุรี
ก่อนหน้าพระเจนดุริยางค์จะนำทำนองศรีอยุธยามาเรียบเรียงใหม่  ครูฟุสโก  (M.Fusco)  ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน  สัญชาติอิตาเลี่ยน  เป็นหัวหน้าวงดนตรีของกองดุริยางค์กองทัพเรือ ได้เรียบเรียงเพลงนี้สำหรับเปียโนมาก่อนแล้ว  ชื่อว่าเพลงพระนารายณ์หรือสรรเสริญพระนารายณ์  (Pra Narai)  ปรากฏในหนังสือ “สยามอาณาจักรแห่งช้างเผือก”  ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ.  ๑๘๙๙  ตรงกับปี พ.ศ.  ๒๔๔๒  ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  ๕  ซึ่งได้เสด็จประพาสยุโรป  ได้ทรงใช้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ระลึกเผยแพร่ประเทศสยามในเวลาต่อมา
 ชื่อเพลงสายสมร  เพลงสรรเสริญพระนารายณ์  เพลงศรีอยุธยา  หรือเพลงศรีอโยธยา  เพลงที่มีชื่อแตกต่างกัน  แต่เป็นเพลงที่มีทำนองเดียวกัน  ทำนองอาจจะผิดแผกไปบ้าง  ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครผู้ที่นำเอาทำนองเพลงไปเรียบเรียงอย่างไร  เพื่อวงดนตรีประเภทไหน  แต่โดยทำนองเนื้อหาแล้ว   เพลงเดียวกัน

๒.เพลงเดินทัพของพระเจ้าจักรา  (Air : Ayudhya  Eternal)
 เพลงเดินทัพของพระเจ้าจักรา  เป็นเพลงที่พระเจนดุริยางค์นำทำนองมาจากเพลง  “ขับไม้บัณเฑาะว์”  ซึ่งเป็นเพลงโบราณ  ในที่นี้หมายถึงสืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา  อยู่ในเพลงตับเรื่องกระแตไต่ไม้  ซึ่งมีด้วยกัน  ๔  ท่อน
 พระเจนดุริยางค์ นำทำนองเพลงขับไม้บัณเฑาะว์มาเรียบเรียงใหม่  สำหรับบรรเลงโดยวงออร์เคสตร้า  ใช้ประกอบเรื่องขณะที่พระเจ้าจักราเดินทัพ  ทำนองเพลงนี้จะบรรเลงก็ต่อเมื่อกองทัพพระเจ้าจักรายกทัพ

๓.เพลงดำเนินเรื่อง  (Air : His Majesty  King  Chakra)

เพลงนี้เป็นเพลงใหม่  ประพันธ์ทำนองโดยพระเจนดุริยางค์  ใช้ในการดำเนินเรื่องฝ่ายพระเจ้าจักรา  เพลงเรียบเรียงบนฐานเสียง  ๕ เสียง  บันไดเสียงเพลงไทยสร้างเป็นทำนอง  เรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงออร์เคสตร้าได้อย่างไพเราะยิ่ง

๔.เพลงเกียรติยศ  (FANFARE  :  The  King  is  Here)
 เพลงนี้เป็นเพลงประวัติศาสตร์อีกเพลงหนึ่ง  เป็นเพลงแตรสำหรับรับเสด็จพระเจ้าอยู่หัว  ได้มีการสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา  ซึ่งเชื่อว่าทหารแตรในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่  ๑๔  แห่งฝรั่งเศส  พระราชทานให้กับพระเจ้ากรุงสยาม  แตร  Fanfare  หรือแตรวิลันดาหรือแตรทรัมเปตก็ยังใช้รับเสด็จพระเจ้าอยู่หัวในปัจจุบัน เป็นเพลงเดียวกัน เป็นเพลงในพระราชพิธี  ใฃ้สำหรับพระมหากษัตริย์เท่านั้น



ผู้เขียนเคยเข้าใจว่า  ครูสมาน กาญจนผลิน  เป็นผู้จำทำนองแล้วมาเขียนเป็นเกริ่นเพลง  สดุดีมหาราชาซึ่งใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง  เรือนแพ  เมื่อปี ๒๕๐๗  และโด่งดังจนทุกวันนี้  แต่ในความจริงแล้วพระเจนดุริยางค์ใช้สำหรับเป่าแตรรับเสด็จในภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือกก่อน  ดังนั้น  ครูสมาน  กาญจนผลิน  ลอกมาจากเพลงของพระเจนดุริยางค์

๕.เพลงลาวครวญ  (Song :  A  Maiden’s  of  Hope)
 เพลงนี้นางเอกในเรื่องเป็นผู้ขับร้อง  แต่บรรเลงด้วยเครื่องไทย  เธอร้องได้ไพเราะมาก  สำหรับเพลงลาวครวญนั้น เป็นเพลงเก่าสืบทอดกันมาแต่สมัยอยุธยา

 
๖.เพลงเชิดจีน  (Air : March of  the Men  of  the  North)
 เพลงเชิดจีนนั้นเป็นเพลงเก่าที่พระประดิษฐ์ไพเราะได้ประพันธ์ไว้  เพลงเชิดจีนมีอยู่  ๔  ท่อนด้วยกัน  พระเจนดุริยางค์ได้นำเอาท่อนที่  ๓  มาใช้เป็นเพลงสำหรับกองทัพพระเจ้าหงสายกทัพ  ซึ่งเรียบเรียงสำหรับวงออร์เคสตร้า
 ภาพยนตร์เรื่อง  “พระเจ้าช้างเผือก”  เป็นประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษาค้นคว้าอย่างมาก  ได้เห็นภูมิปัญญาไทยเมื่อ  ๖๐ ปีที่แล้ว  ได้เห็นความสามารถของพระเจนดุริยางค์  ผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบ  ซึ่งถือว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญของการศึกษาดนตรีสากลในประเทศไทยเลยทีเดียว

จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้ 009825 คน

สถาบันปรีดี พนมยงค์
เลขที่ ๖๕/๑ ซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท ๕๕ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐

โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑ โทรสาร ๐-๒๓๘๑-๓๘๕๙ อีเมล banomyong_inst@yahoo.com

เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ ๙.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.
(เสาร์-อาทิตย์ เปิดทำการเมื่อมีกิจกรรม)

ออกแบบและพัฒนาโปรแกรม โดย ฅนบ้านนอก